โจ๋ลั่น’ทำไมขับรถอย่างงี้’! หัวร้อนทุบเก๋งคู่กรณียับ

ดังสนั่นเมือง!คลิปโจ๋หัวร้อนขับเก๋งเสยคู่กรณี ก่อนคว้า”แป๊บเหล็ก”ไล่ตีรถซ้ำจนพังยับทั้งคัน ตะโกนลั่น “ทำไมขับรถอย่างงี้” ด้าน ตร.ปล่อยตัวยังไม่ดำเนินคดี อ้างหาวงจรปิดพิสูจน์ต้นเหตุก่อน เมื่อวันที่ 4 ก.พ. ร.ต.อ.วิเชียร คำบาง รองสว.(สอบสวน) สภ.โพธิ์แก้ว อ.สามพราน จ.นครปฐม ได้รับแจ้งเหตุรถชนกันหลายคัน บนถนนพุทธมณฑลสาย 4 มุ่งหน้าถนนเพชรเกษม ใกล้เคียงบริษัทวิริยะประกันภัย ทำให้การจราจรติดขัดยาว

หลังรับแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบรถเก๋งโตโยต้า สีเทา ทะเบียน ศส 4809 กรุงเทพมหานคร จอดขวางกลางถนน ใกล้กันพบรถเก๋งนิสสัน มาร์ช สีบรอนซฺ์ ทะเบียน 6 กข 1071กรุงเทพมหานคร รถตู้ยี่ห้อโฟล์ค สีดำ ทะเบียน นจ 1122 นนทบุรี และรถเก๋งฮอนด้า สีดำ ทะเบียน 3 กท 866 กรุงเทพมหานคร จอดอยู่ในสภาพได้รับความเสียหาย โดยมีชายคนหนึ่งซึ่งเป็นผู้ขับขี่รถเก๋งโตโยต้า ทราบชื่อต่อมา คือ นายชาญวิทย์ ดวงมณี อายุ 21 ปี ชาว ต.หนองบัว อ.เมือง จ.กาญจนบุรี กำลังใช้เหล็กแป๊ปยาวประมาณ 1 เมตรตีใส่รถเก๋งนิสสัน มาร์ช จนไฟหน้าแตก กระจกหน้า กระจกประตู กระจกมองข้างแตกรอบคัน 

จากการสอบถาม นายยุรนันท์ อ่อนมั่น อายุ 27 ปี พนักงานบริษัทวิริยะประกันภัย ผู้เห็นเหตุการณ์ ให้การว่า รถเก๋งโตโยต้าเสียหลักเข้าไปท้ายรถเก๋งนิสสัน มาร์ช ก่อนที่รถพุ่งไปชนกับรถตู้ที่จอดริมถนนและรถเก๋งฮอนด้า หลังเกิดเหตุ นายชาญวิทย์ ผู้ขับขี่รถเก๋งโตโยต้า ได้ลงมาจากรถพร้อมกับเหล็กแป๊ปยาวประมาณ 1 ฟุต ก่อนตะโกนถามหาผู้ขับขี่รถเก๋งนิสสัน มาร์ช ทำให้คนขับรถเก๋งนิสสัน มาร์ช เห็นท่าไม่ดี จึงวิ่งหนีไปหลบในร้านขายข้าวมันไก่ริมทาง ส่งผลให้ นายชาญวิทย์ คลุ้มคลั่ง ใช้เหล็กแป๊บทุบใส่รถนิสสัน มาร์ช รอบคันจนพังยับเยิน พร้อมกับตะโกนด่าทอว่า “ทำไมขับรถอย่างงี้” โดยมีผู้เห็นเหตุการณ์ได้ถ่ายคลิปวีดีโอไว้ ก่อนนำไปโพสต์ลงบนโลกโซเชียล ก่อนที่ตำรวจจะมาถึงและเข้าระงับเหตุ อย่างไรก็ตาม ตำรวจได้สอบปากคำ นายชาญวิทย์ และผู้ขับขี่เก๋งนิสสัน มาร์ช เบื้องต้นแล้ว ซึ่ง นายชาญวิทย์ อ้างว่าถูกเก๋งนิสสันมาร์ชปาดหน้า จนทำให้เกิดอุบัติเหตุขึ้น ขณะที่คนขับเก๋งนิสสันมาร์ช ก็อ้างว่าถูกเก๋งของ นายชาญวิทย์ ปาดหน้าเช่นกัน ทั้งนี้หลังสอบปากคำ ทางเจ้าหน้าที่ได้ปล่อยตัวคู่กรณีทั้ง 2 ฝ่ายไปโดยยังไม่ได้มีการแจ้งข้อหา และจะได้ตรวจสอบหากล้องวงจรปิดเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง ก่อนจะดำเนินการตามกฏหมายต่อไป. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ dailynews